วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

หน่วยที่ 5 การกำหนดค่าไบออสและการแบ่งพาร์ติชั่น

สาระสำคัญ
            หลังจากประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก่อนทำการติดตั้งโปรแกรม คือ การกำหนดค่าในไบออส (BIOS) โดยปรับแต่งให้เหมาะสมกับฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งบนแผ่นเมนบอร์ด เพื่อให้เครื่องทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ หลังจากนั้นก็จะดำเนินการแบ่งฮาร์ดดิสก์ออกเป็นส่วนย่อยๆ เรียกว่าพาร์ติชัน (Partition) เพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งาน

เรื่องที่จะศึกษา
-          - ความหมายของไบออส
-          - การตั้งค่าในไบออส
-          - รายละเอียดของเมนูต่างๆ
-          - การปรับปรุงไบออส
-          - การแบ่งพาร์ติชั่นด้วย FDISK

จุดประสงค์การเรียนรู้
-            อธิบายความหมายและความสำคัญของไบออสได้
-            บอกวิธีในการตั้งค่าในไบออสได้
-             บอกรายละเอียดของเมนูต่างๆ ในไบออสได้
        บอกขั้นตอนวิธีในการปรับปรุงไบแอสได้    
        สามารถตั้งค่าในไบออส และ แบ่งพาร์ติชันด้วย FDISK ได้

*********************************************

การตั้งค่าและความหมายของคำต่าง ๆ ใน BIOS ที่ควรทราบ
โดยปกติแล้ว เราไม่จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงค่าต่าง ๆ ใน BIOS บ่อยนัก ยกเว้นเมื่อเราต้องการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าต่าง ๆ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ ๆ เช่น CPU, RAM หรือ Hard Disk เป็นต้น
การเข้าสู่ BIOS Setup Mode
สำหรับวิธีการที่จะเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ใน BIOS ได้นั้น จะขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละเครื่องด้วยโดยปกติเมื่อเราทำการเปิดสวิทช์ไฟของเครื่องคอมพิวเตอร์ BIOS ก็จะเริ่มทำงานโดยทำการทดสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนที่จะเรียกใช้งานระบบ DOS จากแผ่น Floppy Disk หรือ Hard Disk ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เราสามารถเข้าไปทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าต่าง ๆ ใน BIOS ได้โดยกด Key ต่าง ๆ เช่น DEL, ESC CTRL-ESC, CTRL-ALT-ESC ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละเครื่องจะตั้งไว้อย่างไร ส่วนใหญ่ จะมีข้อความบอกเช่น "Press DEL Key to Enter BIOS Setup" เป็นต้น
ปุ่ม Key ต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการ Setup BIOS ส่วนใหญ่จะเป็นแบบเดียวกัน โดยจะมีรูปแบบทั่วไป
Up, Down, Left, Right ใช้สำหรับเลื่อนเมนูตามต้องการ
Page Up, Page Down 
ใช้สำหรับเพิ่ม ลบ หรือเปลี่ยนแปลงค่าตามต้องการ
ESC Key 
ใช้สำหรับย้อนกลับไปเมนูแรกก่อนหน้านั้น
Enter Key 
ใช้สำหรับเลือกที่เมนูตามต้องการ
F1, F2 
ถึง F10 ใช้สำหรับการทำรายการตามที่ระบุในเมนู BIOS Setup
ตัวอย่างการตั้งค่าต่าง ๆ ใน BIOS Setup
สำหรับตัวอย่างต่อไปนี้ผมนำมาให้ดูแบบรวมทั่ว ๆ ไปของ BIOS เท่าที่หาข้อมูลได้นะครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะคล้าย ๆ กัน เริ่มจากหลังจากที่กด DEL หรือ Key อื่น ๆ ขณะเปิดเครื่องเพื่อเข้าสู่BIOS Setup Mode โดยปกติแล้ว ถ้าหากเป็นการตั้งค่าครั้งแรก หลังจากที่ทำการ Reset CMOS แล้ว ก็เลือกที่เมนู Load BIOS Default Setup หรือ Load BIOS Optimal-performance เพื่อเลือกการตั้งค่าแบบกลาง ๆ ของอุปกรณ์ทั่วไปก่อน จากนั้นจึงมาทำการเลือกแก้ไขเปลี่ยนแปลงแต่ละค่า ตามเมนูต่อไปนี้




Standard CMOS Setup
Date และ Time
ใส่ วันที่ และ เวลา ปัจจุบัน
Hard Disk
กำหนดขนาดของ HDD (Hard Disk) ว่ามีขนาดเท่าไร โดยเลือกตั้งค่าเองแบบ User, แบบอัตโนมัติ Auto หรือไม่ได้ติดตั้งก็เลือกที่ None
Primary / Master
อุปกรณ์ที่ต่อกับ IDE แรก แบบ Master
Primary / Slave
อุปกรณ์ที่ต่อกับ IDE แรก แบบ Slave
Secondary / Master
อุปกรณ์ที่ต่อกับ IDE ที่สอง แบบ Master
Secondary / Slave
อุปกรณ์ที่ต่อกับ IDE ที่สอง แบบ Slave
- Cyls
จำนวน cylinders ใส่ตามคู่มือ HDD
- Heads
จำนวน heads ใส่ตามคู่มือ HDD
- Precomp
write precompensation cylinder ไม่ต้องกำหนดหรือใส่ตามคู่มือ HDD
- Landz
landing zone ไม่ต้องกำหนด หรือใส่ตามคู่มือ HDD
- Sectors
จำนวน sectors ใส่ตามคู่มือ HDD
Mode
ถ้าหากทราบค่าที่แน่นอนให้ใส่เป็น User แต่ถ้าไม่แน่ใจ ให้ตั้ง Autoไว้
- Auto BIOS
จะทำการตรวจสอบและตั้ง Mode ของ HDD อัตโนมัติ
Normal
สำหรับ HDD ที่มี clys,heads,sectors ไม่เกิน 1024,16,63
- Large
สำหรับ HDD ที่มี cyls มากกว่า 1024 แต่ไม่ support LBA Mode
- LBA
Logical Block Addressing สำหรับ HDD ใหม่ ๆ จะมีการส่งข้อมูลที่เร็วกว่า
Drive A: B:
ชนิดของ Diskette Drives ที่ติดตั้งใช้งาน 360K, 720K, 1.2M หรือ1.44M
Video
ชนิดของจอแสดงภาพ (ปกติจะเป็น EGA/VGA)
Halt On
กำหนดการ Stop หากพบ Error ขณะที่ POST (Power-On Seft Test)
- All errors
การ POST จะหยุดและแสดง prompts ให้เลือกการทำงานต่อไปทุกError
- All, But Key
การ POST จะไม่หยุดกรณีของการเกิด Keyboard Error
- All, But Disk
การ POST จะไม่หยุดกรณีของการเกิด Disk Drive Error
- All, But Disk/Key
การ POST จะไม่หยุดกรณีของการเกิด Keyboard Error หรือ Disk Error
Memory
จะแสดงขนาดของ Memory ที่ใส่อยู่ ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
- Base Memory
โดยปกติจะเป็น 640K สำหรับ DOS
- Extended
คือ Memory ในส่วนที่สูงกว่า 1M ขึ้นไป
- Other Memory
หมายถึงส่วนของระหว่าง 640K ถึง 1M
BIOS Features Setup
Virus Warning
การเตือนเมื่อมีการเขียนข้อมูลทับ Boot Record ของ HDD [Enabled]
CPU Int / Ext cache
การใช้งาน CPU Internal / External Cache [Enabled]
CPU L2 Cache ECC Check
การใช้ External Cache แบบ ECC SRAMs
Quick Power On Seft Test
การทำ POST แบบเร็ว [Enabled]
Boot Sequence
เลือกลำดับของการบูทเช่นจาก C:, A: หรือ IDE-0, IDE-1 [C: A:]
Swap Floppy Disk
กำหนดการสลับตำแหน่ง Drive A: เป็น Drive B: [Disabled]
Boot Up Floppy Seek
การตรวจสอบชนิดของ Disk Drive ว่าเป็นแบบใด [Disabled]
Boot Up NumLock Status
กำหนดการทำงานของ Key NumLock หลังจากเปิดเครื่อง [Disabled]
Boot Up System Speed
กำหนดความเร็ว CPU หลังจากเปิดเครื่อง [High]
Gate A20 Option
การเข้าถึง Address memory ส่วนที่สูงกว่า 1M [Fast]
Typematic Rate Setting
กำหนดความเร็วของการกด Key [Enabled]
Typematic Rate (Chars/Sec)
กำหนดความเร็วของการกด Key [6]
Typematic Delay (Msec)
กำหนดค่า delay ของการกด Key [250]
Security Option
กำหนดการตั้งรหัสผ่านของการ Setup BIOS หรือ System [Setup]
PS/2 Mouse Control
กำหนดการใช้งาน PS/2 Mouse [Disabled]
PCI/VGA Palette Snoop
แก้ปัญหาการเพี้ยนของสีเมื่อใช้การ์ดวีดีโออื่น ๆ ร่วมด้วย[Disabled]
Assign IRQ for VGA
กำหนดการใช้ IRQ ให้กับการ์ดจอ [Enabled]
OS Select for DRAM > 64M
การกำหนดหน่วยความจำสำหรับ OS2 [Non-OS]
HDD S.M.A.R.T capability
Self-Monitering Analysis and Reporting Technology ควรเลือก[Enabled]
Video BIOS Shadow
กำหนดให้ทำ Shadow กับ ROM จากการ์ดแสดงผล C0000-C4000 ควรเลือก [Enabled
Adapter ROM
กำหนดให้ทำ Shadow กับ ROM จากการ์ดที่เสียบเพิ่มเติม
- C8000
ใช้กับการ์ดแสดงผลชนิด MDA (จอเขียว)
- CC000
ใช้กับการ์ด controller บางประเภท [Disabled]
- D0000
ใช้กับการ์ด LAN [ถ้าไม่ใช้ตั้ง Disabled]
- D4000
ใช้กับ controller สำหรับ Disk Drive ชนิดพิเศษ [Disabled]
- D8000
ตั้ง [Disable]
- DC000
ตั้ง [Disable]
- E0000
ตั้ง [Disable]
- E4000
ตั้ง [Disable]
- E8000
ตั้ง [Disable]
- EC000
ใช้กับการ์ด controller ชนิด SCSI [หากไม่ได้ใช้ตั้ง Disable]
System ROM
การทำ Shadow กับ ROM ของ BIOS ที่ F000 [Enabled]
Chipset Features Setup
Auto Configuration
คือให้ BIOS จัดการค่าต่างๆโดยอัตโนมัติซึ่งจะเป็นค่ากลาง ๆ
Hidden Refresh
การเติมประจุไฟของ DRAM [Enabled]
Slow Refresh
ให้ DRAM ลดความถี่ในการเติมประจุไฟลง 2 - 4 เท่า [เลือก Enabledถ้าไม่มีปัญหาในการใช้งาน]
Concurrent Refresh
การอ่าน-เขียนข้อมูล ได้พร้อมๆกับการเติมประจุไฟใน DRAM [เลือกEnabled ถ้าไม่มีปัญหาในการใช้งาน]
Burst Refresh
การเติมประจุไฟลง DRAM ได้หลายๆ รอบในการทำงานครั้งเดียว [เลือก Enabled ถ้าไม่มีปัญหาในการใช้งาน]
DRAM Brust at 4 Refresh
จำนวนการ Burst Refresh เป็น รอบในการทำงาน 1ครั้ง [Enabled]
Staggered Refresh
การเติมประจุล่วงหน้าใน DRAM ใน Bank ถัดไปด้วย [Enabled]
Refresh RAS Active Time
ให้ทดลองกำหนดค่าน้อยที่สุดเท่าที่เครื่องจะสามารถทำงานได้
AT Cycle Wait State
เวลาที่รอให้การ์ด ISA พร้อม ให้ตั้งค่าที่น้อยสุดเท่าที่เครื่องทำงานได้
16-Bit Memory, I/O WaitState
เวลาที่ซีพียูต้องรอระหว่างรอบการทำงาน ตั้งน้อยที่สุดที่ทำงานได้
8-Bit Memory, I/O Wait State
เวลาที่ซีพียูต้องรอระหว่างรอบการทำงาน ให้ตั้งน้อยสุดที่ทำงานได้
DMA Clock Source
กำหนดความเร็วของอุปกรณ์ DMA โดยมีค่าปกติคือ 5 MHz
Memory Remapping
หากเปิดการทำงานนี้ไว้จะทำ Shadows กับ BIOS ใดๆ ไม่ได้  
Cache Read Hit Burst หรือSRAM Read Wait State
ระยะพักรอเมื่ออ่านข้อมูลลงใน L1 Cache ให้ตั้งน้อยที่สุดเท่าที่ทำงานได้
Cache Write Hit Burst หรือSRAM Write Wait State
ระยะพักรอเมื่ออ่านข้อมูลลงใน L1 Cache ให้ตั้งน้อยที่สุดเท่าที่ทำงานได้
Fast Cache Read / Write
ให้แคชทำงานโหมดความเร็วสูง จะมีผลเมื่อแคชมีขนาด 64 KB หรือ256 KB
Tag Ram Includes Ditry
ให้แคชทำงานในโหมดเขียนทับโดยไม่ต้องย้าย/ลบข้อมูลเดิมออกก่อนหากมี Ram น้อยกว่า 256 MB ควรใช้ Dirty Bit
Non-Cacheable Block-1 Size
กำหนดขนาดหน่วยความจำที่ห้ามทำแคช [OK หรือ Disabled]
RAS to CAS Delay Time
ค่าหน่วงเวลาก่อนที่จะสลับการทำงาน RAS-CAS ตั้งค่าน้อยที่สุด เท่าที่ทำงานได้
CAS Before RAS
การสลับลำดับการทำงานระหว่าง RAS และ CAS
CAS Width in Read Cycle
กำหนดค่าหน่วงเวลาก่อนที่ซีพียูจะเริ่มอ่านข้อมูลใน DRAM ตั้งน้อยที่สุดที่ทำงานได้
Interleave Mode
ให้ซีพียูอ่าน - เขียนข้อมูลจาก DRAM ในโหมด Interleave
Fast Page Mode DRAM
ให้หน่วยความจำทำงานแบบ FPM โดยไม่ต้องอาศัย RAS และ CASซึ่งจะเร็วกว่า
SDRAM CAS Latency Timeหรือ SDRAM Cycle Length
ระยะรอบการทำงานของ CAS latency ใน SDRAM ตั้งค่าน้อยที่สุดหรือใช้ค่า กับ RAM ชนิด PC100 และใช้ค่า กับ RAM ชนิด ความเร็วแบบ PC66/83
Read Around Write
กำหนดให้ซีพียูอ่าน - เขียนข้อมูลจากหน่วยความจำได้ในคราวเดียวกัน[Enabled]
DRAM Data Integrity Mode
เลือก Non-ECC หรือ ECC ตามขนิดของ SDRAM
System BIOS Cacheable
การทำแคชของ System BIOS ROM #F0000-FFFFF [Enabled]
Video BIOS Cacheable
การทำแคชของ Video BIOS ROM [Enabled]
Video RAM Cacheable
การทำแคชของ Video RAM #A0000-AFFFF [Enabled ถ้าไม่มีปัญหา]
Memory Hole at 15M-16M
การจองพื้นที่สำหรับ ISA Adapter ROM [Enabled]
Passive Release
กำหนด CPU to PCI bus accesses ช่วง passive release [Enabled]
Delayed Transaction
เลือก Enable สำหรับ PCI version 2.1
AGP Aperture Size (MB)
กำหนดขนาดของ AGP Aperture กำหนดเป็นครึ่งหนึ่งของ RAMทั้งหมด
Power Management
Max Saving
กำหนดการประหยัดพลังงานแบบ สูงสุด
User Define
กำหนดการประหยัดพลังงานแบบ ตั้งค่าเอง
Min Saving
กำหนดการประหยัดพลังงานแบบ ต่ำสุด
PM Control by APM
กำหนดให้ควบคุมการประหยัดพลังงานผ่านทางซอฟท์แวร์ APM
Video Off Method
กำหนดวิธีการปิดจอภาพเมื่อเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน
- V/H SYNC + Blank
จะปิดการทำงาน V/H SYNC และดับจอภาพด้วย Blank Screen
- DPMS
สำหรับการ์ดแสดงผลและจอภาพที่สนับสนุนโหมด DPMS
- Blank Screen
จะทำการแสดงหน้าจอว่าง ๆ เมื่อประหยัดพลังงาน สำหรับจอรุ่นเก่า ๆ
Video Off After
ให้ปิดจอภาพเมื่อเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานแบบ Stanby หรือSuspend
Standby Mode
กำหนดระยะเวลาเมื่อพบว่าไม่มีการใช้งาน จะหยุดทำงานของอุปกรณ์บางส่วน
Supend Mode
จะตัดการทำงานบางส่วนคล้าย Standby Mode แต่หยุดอุปกรณ์ที่มากกว่า
HDD Power Down
กำหนดระยะเวลาก่อนที่ BIOS จะหยุดการทำงานของ HDD
Resume by Ring
เมื่อ Enabled สามารถสั่งให้ทำงานจาก Soft Off Mode ได้
Resume by Alarm
เมื่อ Enabled สามารถตั้งเวลาทำงานจาก Suspend Mode ได้
Wake Up On LAN
เมื่อ Enabled สามารถสั่งให้ทำงานจาก Soft Off Mode ได้
Integrated Peripherals
IDE HDD BLOCKS MODE
ให้ HDD อ่าน-เขียนข้อมูลได้ครั้งละหลาย Sector พร้อมกัน [Enabled]
IDE PIO Mode...
กำหนดการทำงานแบบ Programe Input/Output [ตั้งสูงสุดหรือAuto]
IDE UDMA...
กำหนดการทำงานแบบ DMA หรือ UDMA [Enabled หรือ Auto]
On-Chip PCI IDE
กำหนดการใช้ช่องเสียบ HDD IDE ที่อยู่บนเมนบอร์ด [Enabled]
USB Keyboard Support
กำหนดให้ใช้ Keyboard แบบ USB [Enabled]
Onboard FDC Controller
กำหนดให้ใช้ช่องเสียบ Disk Drive ที่อยู่บนเมนบอร์ด [Enabled]
Onboard Serial Port 1
กำหนดค่าแอดเดรสและ IRQ ให้ COM1 ค่าปกติคือ 3F8/IRQ4
Onboard Serial Port 2
กำหนดค่าแอดเดรสและ IRQ ให้ COM2 ค่าปกติคือ 2F8/IRQ3
Parallel Port Mode
กำหนดโหมดการทำงานของพอร์ตขนานได้ใน แบบ [EPP&ECP]
- SPP (Standard Parallel Port)
คือโหมดมาตรฐานเหมาะแก่เครื่องพิมพ์รุ่นเก่าๆ
- EPP (Enhanced Parallel Port)
คือโหมด ทิศทางเหมาะแก่เครื่องพิมพ์รุ่นใหม่
- ECP (Extended Cap. Port)
คือโหมดความเร็วสูง เมื่อต่อพ่วงกับ Scanner, Laplink ฯลฯ
ECP MODE USE DMA
คือกำหนด DMA สำหรับ Port ขนานแบบ ECP ซึ่งค่าปกติคือ 3
การตั้งค่าอื่น ๆ
Load BIOS Default Setup เมื่อกดเลือกที่นี่ BIOS จะทำการตั้งค่าต่าง ๆ ให้เป็นแบบกลาง ๆ สำหรับอุปกรณ์ทั่ว ๆ ไป หรือเป็นการตั้งค่าแบบ Factory Setup ก็ได้
Load BIOS Optimize Setupเมื่อกดเลือกที่นี่ BIOS จะทำการตั้งค่าต่าง ๆ ของอุปกรณ์ ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
Password Setting ใช้สำหรับการตั้ง Password เมื่อต้องการจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าต่าง ๆ ใน BIOS หรือเมื่อต้องการจะเปิดเครื่อง โดยปกติเมื่อใส่ Password ระบบจะให้ใส่ Confirm ซ้ำ 2 รอบเพื่อป้องกันการใส่ผิดพลาด (ไม่ใส่อะไรเลย คือการยกเลิก password)
Exit with Save Setting หรือ Exit without Save Settingเมื่อทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการตั้งค่าต่าง ๆ ของ BIOS แล้วต้องทำการ Save เก็บไว้ด้วยนะครับ ส่วนใหญ่เมื่อทำการ Save แล้วจะบูทเครื่องใหม่ ค่าต่าง ๆ ที่ตั้งไว้จึงจะใช้งานได้
CPU Setup นอกจากนี้ ในเมนบอร์ดรุ่นใหม่ ๆ ที่เป็นแบบ Jumper Free (ไม่ใช้ Jumper แต่จะใช้เมนูใน BIOSสำหรับตั้งค่าต่าง ๆ ) จะสามารถตั้งค่าของความเร็ว CPU, ค่า multiple หรือ FSB, ค่าไฟ Vcore และอื่น ๆ อีกแล้วแต่รุ่นของเมนบอร์ดนั้น ๆ

การแบ่งพาร์ติชั่น
1. คลิกขวาที่ Computer > ให้เลือก Manage
shrink_windows7_1
2. จากนั้นให้มองหา Disk Management
shrink_windows7_2

3. จากนั้นให้เราเลือก Drive ที่เราต้องการแบ่งในตัวอย่างผมต้องการแบ่ง Disk1 นั้นคือ Drive D: นั้นเอง ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 64GB ในขั้นตอนนี้ให้เราคลิกขวาบนพื้นที่ของ Drive นั้นแล้วเลือก Shrink Volume
shrink_windows7_3

4.Total size before shrink in MB : คือพื้นที่ความจุจริงของ Drive นั้นที่เราเลือก
Size of available shrink in MB : คือพื้นที่ในส่วนที่เราสามารถแบ่งได้
Enter the anount of space to shrink in MB : จำนวนพื้นที่ความจุที่เราต้องการแบ่ง
Total size after shrink in MB : พื้นที่ที่เหลือหลังจากการแบ่งไดด์
เมื่อเราเลือกได้แล้วว่าจะแบ่งพาติชั่นเท่าไรก็ให้กด Shrink เลยครับ
shrink_windows7_4
5. เมื่อเราทำการ Shrink เรียบร้อยแล้วเราก็จะได้มาเพิ่มอีก Drive แต่เรายังไม่สามารถใช้งานมันได้ ต่อจากนั้นให้ทำตามขั้นตอนต่อไป โดยกด คลิกขวาที่ Drive ใหม่
shrink_windows7_5

6. จากนั้นให้เลือก New simple Volume
shrink_windows7_6

7. จากนั้นให้กด Next
shrink_windows7_7

8. ขั้นตอนนี้ก็กด Next ต่อไป
shrink_windows7_8

9. ขั้นตอนนี้ให้เราเลือกชื่อ Drive ที่เราต้องการ
shrink_windows7_9

10. ให้เราเลือกตา่มรูปเลยครับ
File system : NTFS
Volume lable : ให้เราใส่ชื่อที่เราต้องการเช่น DATA , Music
shrink_windows7_10

11.
shrink_windows7_11



จากนั้นเราก็จะได้ไดด์ ที่พร้อมใช้งานแล้วครับ
shrink_windows7_12

*******************************************************************************************************************



บทที่ 5

จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว

1.ส่วนที่ใช้เก็บค่าการติดตั้งของ BIOS จะเก็บใว้ในส่วนใด ?
          ก. CD-ROM                      ข. CMOS RAM
          ค. Flash Drive                     ง. DDR RAM

2.ขั้นตอน การตรวจสอบระบบเมื่อเริ่มเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เรียกว่า ?
          ก. BIOS Setup                    ข. Start UP
          ค. POST                             ง. Diagnostic

3.การเข้าสู่เมนู BIOS Setup ส่วนใหญ่ใช้วิธีกดแป้นใดในขณะเปิดเครื่อง ?
          ก. NumLock                       ข. Ctrl
          ค. Esc                                 ง. Del

4.โหมดการทำงานของช่องต่อขนานแบบใดใช้การติดต่อหน่วยความจำ โดยตรง ?
          ก. SPP                                ข. EPP
          ค. Bi-Directional                  ง. ECP

5.รหัสผ่านประเภทใดของไบออส ใช้สำหรับการเข้าเซตค่าในไบออสได้ ?
          ก. User Password                ข. Supervisor Password
          ค. Admin Password             ง. ถูกทุกข้อ

6. รหัสผ่านประเภทใดของไบออส ใช้สำหรับการเข้าเซตค่าในไบออสได้ ?
          ก. User Password                 ข. Supervisor Password
          ค. Admin Password              ง. ถูกทุกข้อ

7.ระบบปฏิบัติการแบบใดต้องแบ่งพาร์ติชันให้เรียบร้อยก่อนทำการติดตั้ง ?
          ก. Windows ME                  ข. Windows XP
          ค. Linux                               ง. ถูกทุกข้อ

8.ระบบโครงสร้างไฟล์แบบใดใช้รักษาความปลอดภัยข้อมูลที่ดี
          ก. FAT                                ข. FAT 16
          ค. FAT 32                           ง. NTFS

9.ลอจิกคอลไดร์วสร้างในพาร์ติชันชนิดใดของฮาร์ดดิสก์
          ก. Primary                           ข. Secondary
          ค. Extend                            ง. สร้างได้ทุกพาร์ติชัน

10. การแบ่งพาร์ติชันในฮาร์ดดิสก์ ใช้คำสั่งใด
          ก. fdisk                               ข. Format
          ค. fdisk C:                           ง. Format C:

11.กรณีคอมพิวเตอร์ IBM จะเข้าตั้งค้่าไบออส ควรกดแป้นใด
          ก. กด F1 ซํ้าๆ                     ข. กด  F12
          ค. กด  F8 ซํ้าๆ                    ง. กด ESC

12.เครื่องทั่วไป การเข้าตั้งค่าไบออส ควรกดแป้นใด
          ก. กดDel ซํ้าๆ                     ข. กด Shift
          ค. กด Esc                            ง. กด enter

13.ไบออสทำหน้าที่อะไร
         ก. ตรวจสอบด้าน software  ข. ตรวจสอบความพร้อมต่างๆ ทางด้านฮาร์ตแวร์
         ค. เก็บข้อมูลต่างๆ                ง. ประมวลผล

14.ไบออส มีการส่วนการทำงานกี่ส่วน
         ก. 1 ส่วน                                ข. 2 ส่วน
         ค. 3 ส่วน                                ง. 4 ส่วน

15. คำว่า Bios ย่อมาจากคำว่า
         ก. Binary off tion                    ข. Basic Input/Output System
         ค. Boot setting configuration   ง.ไม่มีข้อถูก

หน่วยที่ 4 การตรวจสอบหลังการประกอบเครื่อง



สาระสำคัญ
            เมื่อประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องเรียบร้อยแล้ว การตรวจสอบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกัน ข้อผิดพลาดหรือความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ให้ทำการตรวจสอบอุปกรณ์และทดลองเปิดเครื่องแล้วสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น

เรื่องที่จะศึกษา
-          - การตรวจสอบความเรียบร้อยทั่วไป
-          - การตรวจสอบการทำงานของสวิตซ์เปิดปิดเครื่อง
-          -  การตรวจสอบดิสก์ไดร์ฟ ซีดีรอม และคีย์บอร์ด
-          - ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและวิธีการแก้ไข
-          - ตรวจสอบสเปคเครื่องขณะที่ทำการบูต


จุดประสงค์การเรียนรู้
-          1. ตรวจสอบความเรียบร้อยหลังการประกอบเครื่องได้
-          2.  ตรวจสอบการทำงานของสวิตซ์เปิดปิดเครื่องได้
-          3. ตรวจสอบการทำงานของดิสก์ไดร์ฟ ซีดีรอม และคัย์บอร์ดได้
-          4. ตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นและทำการแก้ไขได้
-          5. ตรวจสอบสแปคเครื่องขณะที่ทำการบูตได้

*************************************

ปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่พบกันบ่อยๆและแนวทางการแก้ไขเบื้องต้น
รวบรวมปัญหาต่างๆที่พบได้บ่อยๆกับการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยได้พยายามรวบรวมปัญหาที่พบเห็นกันบ่อยๆ และนำมาสรุปให้เป็นแนวทางสำหรับการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น หวังว่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆได้บ้าง

1. ปัญหาของ Windows
หลังจาก Setup Windows ใหม่ แล้วเกิดการค้าง ไม่ยอมทำการ Setup ต่อไป 
เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สิ่งหนึ่งที่พบบ่อยๆ คือการตั้งค่า Virus Warning ใน bios ไว้ ทำให้เครื่องไม่สามารถเขียนข้อมูลทับลงบนส่วนของ boot record ของฮาร์ดดิสก์ได้ ให้ลองแก้ใน bios ตั้งให้เป็นDisable ไว้ก่อน และหลังจากทำการ Setup Windows เสร็จแล้วค่อยตั้งเป็น Enable ใหม่

-
 หลังจาก Setup Windows จะขึ้นข้อความ Windows Protection Error
ที่พบบ่อยๆมากคือ ปัญหาของ
 RAM อาจจะเป็นเฉพาะช่วงที่ทำการ Setup Windows เท่านั้น (โดยที่ปกติก่อน Setup Windows จะใช้งานได้ ไม่เป็นอะไร) ให้ทดลองหา RAM มาเปลี่ยนใหม่ดู หรือหากเป็นSDRAM ให้ทดลองตั้งค่าใน bios ค่าของ CAS จากที่ตั้งเป็น 2 ลองตั้งเป็น 3 ดู อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง 

2. ปัญหาของ ฮาร์ดแวร์
- RAM หายไปไหนเนี่ย ใส่เข้าไป 32 M. ทำไม Windows บอกว่ามี 28 M. เอง??
อาการของ
 RAM หายไปดื้อๆ จะเกิดกับการใช้เมนบอร์ดรุ่นที่มี VGA on board นะครับ ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก เพียงแต่ส่วนหนึ่งของ RAM จะถูกนำไปใช้กับ VGA ครับ และขนาดที่จะโดนนำไปใช้ก็อาจจะเป็น 2M, 4หรือ 8ก็ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งใน BIOS ครับ 

-
 ใช้เครื่องได้สักพัก มักจะแฮงค์ พอปิดเครื่องสักครู่แล้วเปิดใหม่ ก็ใช้งานต่อได้อีกสักพักแล้วก็แฮงค์อีก อาจจะเกิดจากความร้อนสูงเกินไป อย่างแรกให้ตรวจสอบพัดลมต่างๆว่าทำงานปกติดีหรือเปล่า หากเครื่องทำ Over Clock อยู่ด้วยก็ทดลองลดความเร็วลงมา ใช้แบบงานปกติดูก่อนว่ายังเป็นปัญหาอยู่อีกหรือเปล่า ถ้าใน bios มีระบบดูความร้อนของ CPU หรือ Main Board อยู่ด้วยให้สังเกตค่าของ อุณหภูมิ ว่าสูงเกินไปหรือเปล่า ทั้งนี้อาจจะทำการเพิ่มการติดตั้งหรือเปลี่ยนพัดลมของ CPU ช่วยด้วยก็ดี 

-
 มีข้อความ BIOS ROM CHECK SUM ERROR ตอนเปิดเครื่อง
อาการนี้ส่วนใหญ่เกิดจากถ่านของ
 BIOS หมดหรือเกิดการหลวมครับ ให้ลองขยับถ่านให้แน่นๆดูก่อน ถ้าไม่หายก็ต้องลองเปลี่ยนถ่านบนเมนบอร์ดดู (ก่อนเปลี่ยนถ้ามี Meter วัดไฟดูก่อนก็ดี) หลังจากเปลี่ยนแล้วให้ทำการ Clear BIOS Jumper ก่อนด้วย จะเป็น Jumper ใกล้ๆกับ IC BIOS นั่นแหละ ทำการ Jump ค้างไว้สัก 5 วินาทีแล้วก็ Jump กลับที่เดิมก่อน หลังจากนั้นต้องเข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ของ BIOS ใหม่ด้วย

-
 ลืม Password ของ BIOS จะทำยังไงดี
ให้ทำการถอดถ่านของ
 BIOS ออกสักครู่ แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ ทำการ Clear Jumper BIOS ก่อนด้วย หรือลองดูวิธีการ Clear/Reset Password ของ BIOS

ไม่สามารถใช้งานฮาร์ดดิสก์ได้มากกว่า 8G. สำหรับเมนบอร์ดรุ่นเก่าๆ
เกิดจากที่ BIOS ไม่สามารถรู้จักกับฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาดใหญ่ๆได้ จะเป็นกับเมนบอร์ดรุ่นเก่าๆ ที่เคยพบมาอีกแบบคือ Windows มองเห็นเกิน 8G แต่ไม่สามารถใช้งานได้ จะบอกว่าฮาร์ดดิสก์ของเราเต็ม
วิธีแก้ไขอย่างแรกคือ ให้ลองทำการ Update BIOS เป็น Version ใหม่ดูก่อน (ถ้าหาได้) หรือไม่ก็หาDownload โปรแกรมสำหรับจัดการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ จากเวปไซต์ของผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อนั้นๆ หรืออาจจะใช้วิธีการแบ่ง Partition ให้มีขนาดใหญ่ไม่เกิน 8G ต่อ 1 Partition ก็อาจจะช่วยได้

3. ปัญหาของ ซอฟต์แวร์
- หลังจากลงโปรแกรมป้องกันไวรัส McAfee 4.0.3 แล้วไม่สามารถบูทเข้า Windows ได้
เท่าที่พบจะเกิดกับบางเครื่องเท่านั้น ปัญหาเกิดจากหลังจากที่เราติดตั้ง
 McAfee ลงไปแล้ว เครื่องจะทำการ Scan ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์โดยใส่เป็น Batch File ไว้ในไฟล์ autoexec.bat ซึ่งบางครั้งจะเป็นปัญหาทำให้ค้าง ไม่ยอมเข้า Windows ต่อไป
วิธีแก้ไขคือ ให้เปิดเครื่องเข้าใน
 MS-DOS Mode โดยกดปุ่ม F8 ค้างไว้ขณะเปิดเครื่อง จะเข้ามาที่เมนูMicrosoft Windows 98 Startup Menu
เลือกข้อ
 6. sefe mode command prompt only แล้วใช้คำสั่ง "edit autoexec.bat" เพื่อแก้ไขไฟล์โดยให้ลบบรรทัดที่มีคำสั่ง scan.exe ออกครับ ทำการ save file แล้วทดลองบูทเครื่องใหม่อีกครั้ง 

-
 พิมพ์หน้า Web Page ออกเครื่องพิมพ์แบบ Ink Jet เป็นภาษาไทยไม่ได้ จะมีแต่ภาษาอังกฤษ
ส่วนใหญ่ปัญหานี้จะเกิดกับการใช้เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ทรุ่นใหม่ๆ
วิธีแก้ไขคือ ให้ลองหา
 Download Driver รุ่นใหม่ๆของเครื่องพิมพ์จาก Web Site ของเครื่องพิมพ์นั้นๆ เพราะบางครั้งอาจจะมีการแก้ไขปัญหานี้แล้ว หรือไม่ก็ใช้วิธีเข้าไปตั้งค่า Regional Settings ที่ Control Panel เป็น English (USA) ก่อน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็เปลี่ยนกลับมาเป็น Thai เหมือนเดิม การตั้งค่าก็ทำโดยกดที่ Start เมนู >> Settings >> Control Panel เลือกที่ Regional Settings เปลี่ยนเป็น English (USA) 

-
 สั่ง Defrag Hard Disk แล้วไม่ยอมเสร็จ จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ วนแบบนี้อยู่เรื่อยๆ
สาเหตุเกิดจากมีโปรแกรมบางตัวทำงานอยู่ในเวลานั้นด้วย และสั่งเขียนข้อมูลลงบนฮาร์ดดิสก์ เช่น
Screen Saver, Winamp หรือพวก Anti Virus บางตัว ให้ทำการปิดโปรแกรมเหล่านี้ให้หมดก่อน หรืออาจจะใช้วิธีเข้า Windows ใน Self Mode (กด F8 ตอนเปิดเครื่องแล้วเลือก Self Mode)

4. Eror massage
- 8042 GATE-A20 ERROR
เป็นปัญหาที่ชิพควบคุมการทำงานของคีย์บอร์ด ซึ่งเรียกว่า
 8042 Keyboard Controller ให้คุณลองเปลี่ยนคีย์บอร์ดตัวใหม่ดูก่อน ถ้ายังไม่หาย แสดงว่าเป็นปัญหาที่ตัวชิพ 8042 บนเมนบอร์ด ถ้าเป็นอย่างนั้นคงต้องเปลี่ยนชิพ 8042 หรือเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

- 8087
NMI XXXX.XXXX.TYPE(S)HUT OFF NMI,(R)EBOOT,OTHER KEYS TO CONTINUE
แสดงว่ามีปัญหาที่
 Math Coprocessor ให้ลองใช้โปรแกรมทดสอบ Math Coprocessor ทดสอบดู ถ้าไม่ผ่านให้เปลี่ยน Math Coprocessor ซึ่งถ้าเป็นเมนบอร์ด 486 ก็คงสามารถทำได้ เพราะ Math Coprocessor จะแยกกับซีพียู แต่สำหรับเมนบอร์ดเพนเทียม Math Coprocessor จะรวมอยู่กับซีพียู

-
ACCESS DENIED
ข้อความนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเขียนไฟล์ที่เป็น
 Read-Only หรือเขียนไฟล์ที่อยู่ในแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ที่Write-Protect แต่ถ้าเป็นไฟล์ที่ Read-Only เอาไว้ หากเป็นบน DOS ก็ให้ใช้คำสั่ง Attrib ของ DOS ในการยกเลิก Read-Only หากเป็นบน Windows 95 ก็ให้คลิกเม้าส์ขวาที่ไฟล์นั้น แล้วเลือก Properties คลิกเอาเครื่องหมายถูกออกจากช่อง Read-Only

-
ALLOCATION ERROR,SIZE ADJUSTED
ข้อความผิดพลาดนี้เกิดจากการใช้คำสั่ง
 CHKDSK ซึ่งแสดงว่าขนาดของไฟล์ที่เป็นขนาดทางฟิสิคัล กับขนาดที่ได้กำหนดขึ้น (Allocate) ไม่ตรงกัน คุณควรจะแบ๊คอัพข้อมูลเก็บไว้ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น

-
ATTEMPTED WRITE-PROTECT VIOLATION
ข้อความนี้จะเกิดจากการฟอร์แมตแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ที่ได้
 Write-Protect เอาไว้ ถ้าคุณต้องการฟอร์แมตแผ่นจริงๆ ก็ให้ยกเลิก Write-Protect บนแผ่น

-
BAD DMA PORT=XX
แสดงว่าชิพ
 DMA Controler บนเมนบอร์ดมีปัญหา คือไม่สามารถผ่านขั้นตอน Post ขณะเปิดเครื่องได้ วิธีแก้ไขคือให้เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่เลย


-
BAD OR MISSING COMMAND INTERPRETER
แสดงว่าแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ที่ใช้บูต หรือฮาร์ดดิสค์ที่เป็นตัวบูตไม่มีไฟล์
 Command.com อยู่ ให้คุณหาแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ที่มีไฟล์ระบบของ DOS อยู่มาบูตแทน ถ้าเป็นฮาร์ดดิสค์ที่ไม่มีไฟล์นี้อยู่ ก็ให้บูตจากแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ก่อน แล้วก๊อปปี้ไฟล์นี้เข้าไปไว้ในรูตของฮาร์ดดิสค์ที่ใช้บูต ข้อสำคัญคือ ระบบปฏิบัติการที่ใช้ฮาร์ดดิสค์ต้องเป็นตัวเดียวกัน และเวอร์ชั่นเดียวกันกับที่บูตจากแผ่นฟลอปปี้ดิสค์

-
BAD PARTITION TABLE
ถ้าพบข้อความนี้ให้ลองแบ่งพาร์ติชั่นด้วยคำสั่ง
 FDISK ใหม่ ถ้ายังไม่หายอีก อาจจะเป็นไปได้ว่าเกิดจากไวรัสที่เข้าไปทำลายตารางพาร์ติชั่น ให้ใช้โปรแกรม Anti-Virus ลองสแกนฮาร์ดดิสค์ดู ถ้าไม่พบไวรัสก็คงต้องใช้เป็นวิธีสุดท้ายแล้วเท่านั้น เพราะการฟอร์แมตแบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าใดนักสำหรับฮาร์ดดิสค์

-
C:DRIVE ERROR
ปัญหานี้เกิดจากการเซต
 Type ใน CMOS Setup ไม่ตรงกับฮาร์ดดิสค์ที่ใช้อยู่ ไม่ได้เป็นเพราะฮาร์ดดิสค์เสียแต่อย่างใด ทำให้ CMOS ไม่สามารถกำหนดค่าของฮาร์ดดิสค์ไดรฟ์ C ได้ ให้คุณเข้าไปยัง CMOS Setup

-
C:DRIVE FAILURE
ข้อความนี้แสดงว่าฮาร์ดดิสค์ไม่มีการทำงาน เป็นปัญหาที่ตัวฮาร์ดดิสค์โดยตรง ทำให้ไบออสไม่สามารถติดต่อกับฮาร์ดดิสค์ได้ อันดับแรกให้ลองตรวจสอบดูก่อนว่ามีเพาเวอร์เข้าไปยังฮาร์ดดิสค์หรือไม่ โดยดูว่าปลั๊กเพาเวอร์เสียบเข้ากับฮาร์ดดิสค์อย่างแน่นหนาหรือไม่ สายเคเบิลใช้งานได้หรือไม่ สายเคเบิลต่อกับฮาร์ดดิสค์ถูกต้องหรือไม่ ถ้าทำตามข้อต่างๆข้างต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น ให้ลองฟอร์แมตแบบ
 Low Level ดู ถ้ายังไม่หายอีกคราวนี้ก็ต้องเปลี่ยนฮาร์ดดิสค์ใหม่

-
CHCHE MEMORY BAD, DO NOT ENABLE CACHE
แคชบนเมนบอร์ดไม่ทำงาน ให้เปลี่ยนแคชใหม่

-
CH-2 TIMER ERROR
ชิพ
 Timer บนเมนบอร์ดไม่ทำงาน ให้เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

-
CMOS BATTERY STATE LOW
แสดงว่าแบตเตอรี่ที่ใช้แบ็คอัพ
 CMOS RAM มีกำลังไฟอ่อนลง ให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่

-
CMOS CHECKSUM FAILURE
ตามปกติแล้วหลังจากที่มีการเซฟค่า
 CMOS RAM ที่ได้กำหนดไว้ ก็จะมีการสร้างค่า Checksum ขึ้นมา ซึ่งถ้าค่าเดิมกับค่าปัจจุบัน มีค่าแตกต่างกันก็จะมีการแจ้งข้อผิดพลาดข้างต้น วิธีแก้ไขคือให้เซตอัพไบออสใหม่ ถ้ายังไม่หายอีกก็แสดงว่าอาจเป็นปัญหาที่ชิพ CMOS ซึ่งอยู่บนเมนบอร์ด ให้เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

-
CMOS DISPLAY TYPE MISMATCH
ค่าที่กำหนดชนิดของการ์ดแสดงผลในไบออสไม่ตรงกับชนิดของการ์ดแสดงผลที่ใช้อยู่ ซึ่งเป็นไปได้ว่า
CMOS Setup กำหนดเป็น Mono แต่การ์ดแสดงผลที่ใช้อยู่เป็นแบบ VGA

-
CMOS PORT DOES NOT EXIST
แสดงว่าพอร์ตอนุกรมมีปัญหา ให้ลองใช้โปรแกรมทดสอบว่าสามารถพบพอร์ดอนุกรมหรือไม่ ถ้าหาไม่พบ และไม่สามารถแก้ไขได้จริงๆ ให้ดูบนเมนบอร์ดว่ามีจัมเปอร์ที่ใช้สำหรับยกเลิกพอร์ตอนุกรมหรือไม่ ถ้ามี ให้จัมป์เพื่อยกเลิก แล้วในการ์ด
 I/O แทน

-
DISK BAD
แสดงว่ามีปัญหาที่ฮาร์ดดิสค์ให้ตรวจอสอบว่าสายเคเบิลใช้ได้หรือไม่ และต่อเอาไว้เรียบร้อยหรือไม่ ให้ลองฟังเสียงและดูว่าแพล็ตเตอร์ของฮาร์ดดิสค์หมุนหรือไม่ ถ้าฮาร์ดดิสค์ไม่มีเสียงหมุน ให้ถอดปลั๊กเพาเวอร์ซัพพลายที่ต่อกับฮาร์ดดิสค์ออกแล้วเสียบเข้าไปใหม่ แต่ถ้ายังไม่ทำงานอีก โดยดูให้แน่ใจด้วยว่าเพาเวอร์ซัพพลายสามารถทำงานได้ปกติ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็คงต้องส่งซ่อม

-
DISK CONFIGURATION ERROR
สาเหตุจากการนำเอาฮาร์ดดิสค์รุ่นใหม่ๆมาใช้กับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า โดยไบออสไม่สามารถรู้จักฮาร์ดดิสค์ที่ต่อได้ แต่ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยอัพเกรดไบออสให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่

-
DISK DRIVE 0 SEEK FAILURE
ปัญหานี้เกิดจากการที่ไม่ได้ต่อฟลอปปี้ดิสค์ไดรฟ์เอาไว้ แต่ไปเซตใน
 CMOS Setup ให้มีการใช้ฟลอปปี้ดิสค์ไดรฟ์ ทำให้ไบออสไปมองหาไดรฟ์ที่ไม่ได้ต่ออยู่จริง ดังนั้นถ้าหากคุณไม่ได้ต่อฟลอปปี้ดิสค์ไดรฟ์ ก็ให้เข้าไปยกเลิกในไบออสด้วย

-
DISK DRIVE RESET FAILED
เกิดจากคอนโทรลเลอร์ของดิสค์ไดรฟ์ไม่สามารถรีเซตการทำงานได้ ให้ลองปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่ ถ้ายังไม่หาย ให้เปลี่ยนคอนโทรลเลอร์ใหม่ ซึ่งถ้าเป็นเมนบอร์ดรุ่นใหม่คอนโทรลเลอร์จะอยู่บนเมนบอร์ด ก็เท่ากับต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

-
DISK BOOT FAILURE
แสดงว่าแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ที่ใช้บูตไม่มีไฟล์ระบบอยู่จึงไม่สามารถบูตได้ ให้สร้างไฟล์ระบบสำหรับบูตกับแผ่น

-
DISK READ FAILURE
ถ้าเกิดปัญหานี้ให้ดูก่อนว่าสายเคเบิลต่อถูกต้องหรือไม่ และสายเพาเวอร์ต่อเรียบร้อยหรือไม่ ลองเปลี่ยนแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ใหม่ ถ้ายังไม่หาย แสดงว่าฟลอปปี้ดิสค์ไดรฟ์เสีย ให้เปลี่ยนใหม่

-
DMA ERROR
ปัญหาเกิดจากชิพ
 DMA ไม่ทำงาน ให้เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

-
DRIVE NOT READY
ปัญหานี้ถ้าเกิดกับฟลอปปี้ไดรฟ ก็ให้คุณตรวจสอบว่าสายเคเบิลไม่เสียหาย ดูว่าการต่อสายเคเบิลและสายเพาเวอร์เรียบร้อยดีหรือไม่ พินของฟลอปปี้ไดรฟ์ไม่หักงอ ถ้าสำรวจตามข้างต้นแล้วก็ยังไม่หาย ฟลอปปี้ดิสค์ไดรฟ์อาจมีปัญหาที่ตัวเซนเซอร์ข้างใน ทำให้ฟลอปปี้ดิสค์ไม่สามารถรับรู้ว่ามีแผ่นอยู่แล้ว ถึงแม้จะใส่แผ่นเข้าไปแล้ว

-
FDD CONTROLLER FAILURE
เป็นปัญหาที่คอนโทรลเลอร์ควบคุมฟลอปปี้ไดรฟ์ หรืออาจเป็นปัญหาที่ฟลอปปี้ไดรฟ์ ให้ตรวจสอบสายต่างๆว่าต่อเรียบร้อยหรือไม่ ถ้าเป็นเมนบอร์ดรุ่นเก่าที่ใช้การ์ด
 I/O ให้ดูว่าการ์ดเสียบกับสล้อตแน่นหรือไม่ ถ้ายังไม่หายให้เปลี่ยนการ์ด แต่ถ้า I/O อยู่บนเมนบอร์ด ก็ต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

-
FILE ALLOCATION TABLE BAD
FAT มีปัญหาให้ใช้โปรกแกรมซ่อมแซมดิสค์ตรวจสอบดู

-
GATE A20 FAILURE
ไบออสไม่สามารถสวิตช์ให้ซีพียูทำงานที่
 Protected Mode ได้ ซึ่งปัญหานี้อาจเกิดจากคีย์บอร์ดไม่ดีก็ได้ หรืออาจเกิดเนื่องจากสัญญาณที่ส่งออกมาจากชิพ 8042 ผิดพลาด ให้ลองเปลี่ยนคีย์บอร์ดใหม่ ถ้าเปลี่ยนแล้วยังไม่หาย แสดงว่าอาจเกิดปัญหาที่ชิพ ซึ่งก็ต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

-
GENERAL FAILURE READING DRIVE X:
ถ้าเจอข้อความนี้ครั้งแรก ให้กดแป้น
 I เพื่อเลือก Ignore แล้วทดสอบดิสค์ด้วยโปรแกรมตรวจสอบดิสค์ ถ้ายังขึ้นข้อความอีกให้เลือก Abort โดยกดแป้น A แล้วตรวจสอบสายที่ต่ออยู่ ถ้าหากเป็นฟลอปปี้ไดรฟ์ ให้ลองเปลี่ยนแผ่นใหม่

-
HARD DISK FAILURE
ให้ดู
 C:DRIVE FAILURE สาเหตุและวิธีแก้ไขจะเหมือนกัน

-
INSUFFICIENT MEMORY
แสดงว่าโปรแกรมที่คุณเรียกขึ้นมาต้องการใช้แรมมากกว่าที่มีติดตั้งอยู่ในเครื่อง ให้คุณดูว่ามีโปรแกรมอื่นเปิดอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้ปิดลงไปให้หมด และมีโปรแกรมใดถูกเรียกที่
 Start Up หรือไม่ ถ้ามีก็ให้ปิดโปรแกรมเหล่านั้นลงไป แล้วลองดูใหม่ ถ้ายังไม่ดีขึ้น ก็ต้องติดตั้งแรมเพิ่ม หรือใช้โปรแกรมจัดการหน่วยความจำ

-
INTERNAL CACHE TEST FAILED
ถ้าพบอาการเช่นนี้ให้ลองบูตเครื่องใหม่ก่อน แต่ถ้ายังเป็นอยู่ แสดงว่าแคชในซีพียูไม่ทำงานแล้ว คุณต้องเปลี่ยนซีพียูใหม่

-
INTR1 ERROR
Interrupt Controller มีความเสียหาย ให้เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

-
KEYBOARD BAD
คีย์บอร์ดไม่ผ่านขั้นตอนของการ
 POST ให้ดูก่อนว่าคีย์บอร์ดต่ออยู่เรียบร้อยหรือไม่ ถ้ายังไม่หาย ให้เปลี่ยนคีย์บอร์ดใหม่

-
KEYBOARD ERROR
ปัญหานี้อาจเกิดจากคีย์บอร์ดที่ใช้ไม่คอมแพตทิเบิลกับไบออส
 AMI ให้ลองเซตตรงส่วนของคีย์บอร์ดในCMOS Setup เป็น Not Installed แล้วบูตเครื่องใหม่

-
MEMORY ADDRESS LINE FAILURE AT XXX:XXX,...
เกิดปัญหาที่เส้นแอดเดรสของหน่วยความจำบนเมนบอร์ด ให้เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

-
MEMORY PARITY ERROR AT XXXX
แสดงว่าชิพที่อยู่บนแรมมีปัญหา ให้เปลี่ยนแรมใหม่

-
NO BOOT DEVICE AVAILABLE
ถ้าไม่สามารถบูตทั้งฟลอปปี้ไดรฟ์และฮาร์ดดิสค์ ถ้าเป็นการบูตที่ฟลอปปี้ดิสไดรฟ์ ให้คุณดูก่อนว่าแผ่นที่ใส่เข้าไปมีไฟล์ระบบอยู่หรือไม่ และตรวจสอบว่าสายต่อดีหรือไม่ ถ้าไม่สามารถบูตที่ฮาร์ดดิสค์ได้ ให้ตรวจสอบว่าสายต่อีอยู่หรือไม่ ถ้ายังไม่ดีขึ้น ให้ใช้โปรแกรมตรวจสอบดิสค์ทำการทดลอง เป็นไปได้ว่าอาจเกิดความเสียหายที่ส่วนของการบูต หรือไม่ได้รับการ
 alignment

-
NON-DOS DISK ERROR READING(WRITING) DRIVE X:
ข้อความนี้แสดงว่าคอมพิวเตอร์ไม่สามารถหาแทร็คสำหรับบูตบนแผ่นดิสค์พบ ให้ก๊อปปี้ไฟล์ระบบเข้าไปใหม่โดยใช้คำสั่ง
 Sys

-
NO TIMER TICK INTERRUPT
ชิพ
 Timer ที่อยู่บนเมนบอร์ดไม่สามารถรับ Interrupt to ที่ Interrupt controller ส่งออกมา ต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

-
POINTER DEVICE FAILURE
มีปัญหาเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการชี้ตำแหน่ง ให้ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวต่ออยู่กับพอร์ต
 PS/2 ดีหรือไม่ ถ้ายังไม่หายให้เปลี่ยนอุปกรณ์ในการชี้ตำแหน่งใหม่

-
PROCESSING CANNOT CONTINUE
ข้อผิดพลาดนี้เกิดจากการเรียกใช้งานโปรแกรมบน
 DOS โดยมีหน่วยความจำไม่เพียงพอ ให้เพิ่มแรมให้มากขึ้น

-
RAM BAD
มีการผิดพลาดที่ชิพของแรม หรือมีปัญหาที่เมนบอร์ด

-
REAL TIME CLOCK FAILURE
ปัญหาเกิดจากแบตเตอรี่ไฟไม่พอจ่ายให้กับชิพ
 Real Time Clock บนเมนบอร์ด ทำให้เวลาเดินไม่ตรง ให้เข้าไปที่ CMOS Setup แล้วเซตเวลาใหม่ ถ้ายังไม่หาย ให้ลองเปลี่ยนแบตเตอรี่ ถ้ายังไม่หายให้เปลี่ยนเพาเวอร์ซัพพลาย

-
XX=SCANCODE, CHECK KEYBOARD
ข้อความนี้แสดงว่าคอมพิวเตอร์ได้รับสัญญาณที่ส่งมาจากคีย์บอร์ด โดยอาจจะเกิดจากขั้วต่อของคีย์บอร์ดต่อไม่แน่น มีการหักงอของขาสัญญาณ หรืออาจเกิดจากมีคีย์ใดคีย์หนึ่งเกิดการค้าง ให้แก้ไขไม่ให้คีย์บอร์ดค้าง หรือถ้าไม่ดีขึ้นก็ให้เปลี่ยนคีย์บอร์ดใหม่

-
TRACK 0 BAD - DISK UNUSABLE
ถ้าปัญหานี้เกิดขึ้นกับฟลอปปี้ดิสค์ ก็เป็นไปได้ว่าเกิดจากการฟอร์แมตแผ่นฟลอปปี้ดิสค์ที่มีขนาดใหญ่ ในไดรฟ์ที่ความจุน้อย แต่ถ้าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับฮาร์ดดิสค์ คุณก็ต้องเปลี่ยนฮาร์ดดิสค์ใหม่
**********************************************************************************************
 
บทที่ 4
จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว
1.CPU fan failed หมายความว่า
      ก.ให้ทำการตรวจสอบพัดลมของชีพียู
      ข.เครื่องจะเริ่มโหลดระบบปฎิบัตการ
      ค.ยังไม่ได้ติดตั้ง CPU ลงเมนต์บอร์ด
      ง.เสียบสายพัดลมของชีพียูผิดตำเหน่ง
2.ถ้าต้องการเช็คสเป็ค เครื่องควรทำเมื่อใด
      ก.ขณะสแตนบายเครื่อง
      ข.ขณะบูตเครื่อง
      ค.ถูกทั้ง ก และ ค
      ง.ขณะใช้งาน
3.กรณีดิสไดร์ฟ ถ้าไฟไม่ติดควรแก้ไขอย่างไร
      ก.เสียบสายใหม่ หรืออาจไม่แน่นแล้ว reset
      ข.ถอดเสียบสาย power suppy ใหม่
      ค.ตรวจสอบปลั๊กไฟ
      ง.reset เครื่องใหม่
4.cpu fan failed หมายความว่า
      ก.ให้ทำการตรวจสอบพัดลมของชีพียู
      ข.เครื่องจะเริ่มโหลดระบบปฎิบัติการ
      ค.เสียบสายพัดลมของชีพียูผิดตำเหน่ง
      ง.ยังไม่ได้ติดตั้ง CPU ] ลงเมนต์บอร์ด
5.ถ้าต้องการเช็คสเป็ค เครื่องควรทำเมื่อใด
      ก.ขณะบูตเครื่อง
      ข.ขณะสแตนบายเครื่อง
      ค.ขณะใช้งาน
      ง.ถูกทั้ง ก และ ค
6.กรณีดิสไดร์ฟ ถ้าไฟไม่ติดควรแก้ไขอย่างไร
      ก.ถอดเสียบสาย power suppy ใหม่
      ข.เสียบสายใหม่ หรืออาจไม่แน่นแล้ว reset
      ค.resetเครื่องใหม่
      ง.ตรวจสอบปลั๊กไฟ
7.ไบออส ที่ติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ปัจจุบันมี 3 ยี่ห้ออะไรบ้าง
      ก.ASUS,AMI,AWARD
      ข.AWARD,AMI,PHOENIX
      ค.PHOENIX,ASUS,AMI
      ง.aceer,ASUS,AWARD
8.System Failed VGA Test มีความหมายอย่างไร
     ก.ตรวจสอบการเสียบการ์ดจอหรือการ์ดจอเสีย
     ข.ไม่ได้ต่อสายการ์ดจอ
     ค.ตรวจสอบการต่อสายจากแหล่งจ่ายไฟ
     ง.เครื่องยังไม่ได้ลง วินโดว์
9.จอภาพไม่มีสัญญาณภาพใดๆ ปรากฎ เกิดจากสาเหตุใด
      ก.ไม่ได้เสียบปลั๊กหรือปลั๊กไม่แน่น
      ข.การ์ดจอไม่แน่ หรือหลวม
      ค.ไม่ได้ต่อสายVGA
      ง.ยังไม่ได้เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
10.เครื่องทำงานปกติ แต่ LED สถานะไม่ทำงาน ควรแก้ไขอย่างไร
      ก.เปลี่ยนLED ใหม่
      ข.ถอดอุปกรณ์แล้วประกอบใหม่
      ค.ตรวจสอบสาย Power Suppy ให้แน่น
      ง.เปิดคู่มือเมนต์บอร์ดดูการต่อสาย LED
11.ถ้ามีเสียงบี๊บเกิน 1 ครั้งควรตรวจสอบแก้ไขอย่างไร
      ก.Rest เครื่องใหม่ ถ้าไม่ได้ให้ตรวจสอบ อุปกรณ์บนเมนต์บอร์ด
      ข.เช็คสาย powwer suppy ที่ต่อกีบเมนต์บอร์ด
      ค.ชื้ออุปกรณ์มาเปลี่ยนใหม๋
      ง.ถอดอุปกรณ์แล้วประกอบใหม่
12.ถ้ามีเสียงบี๊บเกิน 1 ครั้งหมายความว่าอย่างไร
      ก.เครื่องทำงานปกติ
      ข.Hard disk ทำงานปกติ
      ค.ไม่ได้เสียบสาย VGA
      ง.ปัญหาการติดตั้งอุปกรณบนเมนต์บอร์ด เช่น แรมหลวม
13.ถ้ามีเสียงบี๊บดัง 1 ครั้งแสดงว่าเครื่องอยู่ในสถานะใด
      ก.เสียบแรมไม่แน่น แรมหลวม
      ข.เครื่องทำงานผิดปกติ
      ค.เครื่องทำงานปกติ
      ง.เสียงเตื่อนเพราะมี CD ค้างอยู่ใน CD-Rom
14.การเปิดเครื่องทดสอบ เพื่อการตรวจสอบอะไร
      ก.ตรวจสอบการทำงานของสวิตช์เปิดปิดเครื่อง
      ข.ตรวจสอบไฟสถานะ no-off เครื่อง
      ค.ตรวจสอบการทำงานของเครื่อง3
      ง.ตรวจสอบการทำงานของ harddisk
15.สิ่งที่ต้องทำ เมื่อประกอบคอมเสร็จ คืออะไร
      ก.ทำความสะอาดพื้นที่
      ข.ตรวจสอบอุปกรณ์ทุกตัวว่าถูกต้องและแน่นหนา
      ค.เปิดเครื่องทดสอบการทำงาน
      ง.เก็บเครื่องมืออุปกรณ์